เครื่องพ่นละอองฝอย

Facebook

Video

Video

Video

Video

Video

Video

Video

Video

Youtube

Catalog

Profile

นับจำนวนผู้เข้าชม

454644
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
182
141
323
452303
4340
7709
454644

Your IP: 54.167.15.6
Server Time: 2018-12-17 18:44:47

ไรฝุ่น คืออะไร


ตัวไรฝุ่น คือ สัตว์ตัวเล็กๆจำพวกแมลงมีลักษณะคล้ายแมงมุม 8 ขามองด้วยตาเปล่าไม่เห็น  อาหารของไรฝุ่นคือ เซลล์ผิวหนังของคนและสัตว์เลี้ยงที่หลุดออกมาซึ่งเป็นอาหารของไรฝุ่นอย่างดี ตัวไรฝุ่นจะปล่อยมูลของเสียออกมาประมาณวันละ 20 ก้อนและจะไข่วันละ 60-100 ฟองต่อตัวต่อวัน 

ตัวไรฝุ่น คือ
สัตว์ตัวเล็กๆจำพวกแมลงมีลักษณะคล้ายแมงมุม 8 ขามองด้วยตาเปล่าไม่เห็น  อาหารของไรฝุ่นคือ เซลล์ผิวหนังของคนและสัตว์เลี้ยงที่หลุดออกมาซึ่งเป็นอาหารของไรฝุ่นอย่างดี ตัวไรฝุ่นจะปล่อยมูลของเสียออกมาประมาณวันละ 20 ก้อนและจะไข่วันละ 60-100ฟองต่อตัวต่อวัน  
 
ที่อยู่อาศัยของไรฝุ่น
โดยส่วนใหญ่ก็คือ บนเตียงนอนหมอน  ผ้านวม เฟอร์นิเจอร์ที่วัสดุเป็นเส้นใย  พรมปูพื้น ตุ๊กตา ของเล่นที่ทำจากวัสดุเส้นใยผ้า โดยเฉลี่ยแล้วเตียงนอนเรา 1 หลัง จะมีไรฝุ่นโดยประมาณหลายล้านตัว  เราใช้เวลานอน 8 ชม.บนเตียงนอนจึงทำให้เราสัมผัสกับไรฝุ่นเศษซากมูลไรฝุ่นซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้โดยตรงเช่น อาการคันตามตัว ผิวหนัง น้ำตาไหล หายใจไม่สะดวก

ทำไมเราถึงแพ้ไรฝุ่น 
คนที่แพ้ไรฝุ่นเพราะไรฝุ่นและมูลของไรฝุ่นมีสารโปรตีนที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และสารก่อภูมิแพ้ของไรฝุ่นยังเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ได้อีกด้วย เช่น โรคตาอักเสบ โรงทางเดินหายใจอักเสบ โรคจมูกอักเสบ โรคหอบหืด ไอจาม โรคผิวหนังอักเสบ โรคผื่นคัน  ฯลฯ

วิธีป้องกันไรฝุ่นอย่างง่ายๆ 

เราสามารถป้องกันไรฝุ่นง่ายๆด้วยขั้นตอนดังต่อไปนี้

  • ทำความสะอาดผ้าปูที่นอนปลอกหมอนด้วยความร้อน อย่างน้อย 20 นาทีสำหรับผู้ที่ซักด้วยเครื่องซักผ้าควรตั้งเวลาการซักไว้
  • ใช้เครื่องนอนที่เป็นผ้าฝ้ายหลีกเลี่ยง ฟองน้ำ หรือนุ่น
  • คลุมเครื่องนอนด้วยวัสดุกันไรฝุ่นก่อนปูผ้าปูที่นอน ใส่ปลอกหมอน ชนิดที่ได้ผลดีและเป็นที่นิยม คือ ผ้ากันไรฝุ่นชนิดทอแน่น มีขนาดรูผ้าเล็กกว่าไข่ตัวไรฝุ่นและมูลของมัน จึงช่วยให้ไรฝุ่นไม่สามารถรอดรูผ้าขึ้นมาได้
  • เลี่ยงเฟอร์นิเจอร์ที่บุด้วยผ้า ให้เลือกชนิดที่ทำจากไม้ หนังหรือหนังเทียมและจัดแต่งห้องเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็น เพื่อสะดวกต่อการทำความสะอาด
  • หมั่นทำความสะอาดห้องเป็นประจำวิธีที่ดีที่สุด คือ ควรถูด้วยผ้าหมาดๆที่ชุบน้ำยาทำความ สะอาด 1 – 2 รอบโดยไม่ต้องกวาด เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นและไรฝุ่นฟุ้งกระจายขึ้นจากพื้น หากจะ ใช้เครื่องดูดฝุ่น ควรเลือกที่มีน้ำเป็นตัวกรองกักเก็บและมีแผ่นกรองชนิด High Efficiency Particulate Filters (HEPA) และซึ่งสามารถกรองไรฝุ่นไม่ให้ฟุ้งออกมาได้
  • หมั่นทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศและเครื่องฟอกอากาศตามระยะเวลาที่กำหนด

การทำความสะอาดเตียงนอน 
เนื่องจากในแต่ละวันเราจะใช้เวลานอนบนเตียงนอน ไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง จึงให้เรามีโอกาสสัมผัสกับไรฝุ่น  มูลไรฝุ่นซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งจะทำให้เราเกิดอาการแพ้ได้ ดังนั้นเราจึงต้องมีวิธีการทำความสะอาดเตียงนอนของเราด้วยอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อกำจัดเศษซากไรฝุ่นและมูลไรฝุ่นที่มีผลทำให้เราเกิดอาการแพ้

ผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ เช่น โรคหืด แพ้อากาศ ผื่นผิวหนังอักเสบ ภูมิแพ้ ร้อยละ 70 มีสาเหตุมาจากการแพ้ไรฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้

ไรฝุ่นอันตรายที่มองไม่เห็น

ไรฝุ่น (dust mite) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Dermatophagoides pteronyssinus Dermatophagoides fariae เป็นแมลงขนาดเล็ก ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เพราะมีความยาวเพียง 250 – 300 ไมครอน มี 8 ขา ไม่มีตา วางไข่คราวละ 20 – 50 ฟอง 3 สัปดาห์/ครั้ง ระยะฟักตัว 8 – 12 วัน แต่ละตัวมีอายุ 2 – 4 เดือน สามารถปะปนอยู่กับฝุ่นตามพื้นบ้าน ห้องนอน ที่นอน หมอน พรม และเครื่องเรือนต่างๆ โดยชอบอาศัยในที่อับชื้น และอบอุ่น ไรฝุ่นกินเศษผิวหนังและรังแคเป็นอาหาร จากนั้นจะถ่ายมูลไว้ในสถานที่ที่อาศัยอยู่ โดยเฉพาะบนเตียง หรือที่นอน ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของตัวไรฝุ่นและมูลของไรฝุ่น

  • ในฝุ่นบ้าน 1 กรัม สามารถพบไรฝุ่นได้ถึง 500 ตัว
  • น้ำหนัก 1 ใน 10 ของหมอนเก่าอายุ 6 ปี มาจากไรฝุ่นและมูลของไรฝุ่น
  • ในที่นอน 1 หลัง มีไรฝุ่นอาศัยอยู่ประมาณ 2 ล้านตัว
  • มูลของไรฝุ่นสามารถฟุ้งกระจายได้ง่ายและลอยเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของเราในขณะนอนหลับ

กำจัดไรฝุ่นอย่างไร

ไรฝุ่นสามารถแพร่พันธุ์ในที่อับชื้น การกำจัดไรฝุ่นคือทำความสะอาดพื้นห้อง เตียง หมอน ผ้าปูที่นอน เครื่องเรือน พรม ให้มีฝุ่นน้อยที่สุด โดยผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม ควรนำไปซักด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส นาน 30 นาที

ไรฝุ่นเจริญเติบโตได้ดีในพรมที่มีขนพรมหนา รวมทั้งที่นอนและหมอน เนื่องจากมีแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ในที่นอน คือ เศษหนังกำพร้าของคน โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจคือ เศษหนังกำพร้าของคน 1 กรัม เป็นอาหารให้ไรฝุ่นหนึ่งล้านตัวมีชีวิตได้นาน 1 สัปดาห์ ตามปกติคนเราจะมีผิวหนังหลุดลอกออกมาถึง 1.5 กรัมต่อวัน ดังนั้น การตัดทอนอาหารของไรฝุ่นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ โดยวิธีที่ดีที่สุดคือ การหุ้มที่นอนและหมอนด้วยพลาสติก ไวนิลหรือผ้าคลุมที่ป้องกันไรฝุ่น ซึ่งผ้าคุณสมบัติพิเศษ คือ ผ้าที่ทอด้วยเส้นด้ายละเอียดและสานกันแน่นมากจนไรฝุ่นและมูลของไรฝุ่นไม่สามารถเล็ดลอดเข้าไป ทำให้ตัวไรฝุ่นขาดอาหารและลดจำนวนลง

วิธีการลดจำนวนไรฝุ่นในบ้าน

  • ซักปลอกหมอน และผ้าปูที่นอน 1-2 สัปดาห์ ด้วยน้ำร้อน 55-60 องศาเซลเซียส เพื่อฆ่าไรฝุ่น และใช้ผ้าคลุมที่นอนและหมอนเพื่อกันไรฝุ่น
  • มีการระบายอากาศในห้องนอนเพื่อลดความชื้น อย่างน้อยควรเปิดประตูหน้าต่างห้องนอนวันละ 1 ชั่วโมง ดีกว่าปิดห้องไว้ตลอดเวลา
  • ใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีคุณภาพดี ถ้าเป็นไปได้ควรใช้เครื่องที่มี HEPA filter ด้วย
  • ทำความสะอาดบ้านและห้องนอนด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ
  • ไม่ควรปูพรม ไม่ควรใช้เฟอร์นิเจอร์ที่หุ้มด้วยผ้าและผ้าม่านในห้องนอน
  • ไม่ควรเก็บของเล่นจำพวกตุ๊กตาขนนิ่มๆ ในห้องนอน ถ้ามีควรทำความสะอาดด้วยน้ำร้อน 55-60 องศาเซลเซียส หรือแช่แข็งเพื่อฆ่าไรฝุ่น
  • ไม่ควรนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปในห้องนอน เพราะรังแคจากสัตว์เลี้ยงเป็นอาหารที่ดีของไรฝุ่น
  • นำที่นอน หมอน และพรม ตากแดดจัดๆ ประมาณ 3 ชั่วโมงขึ้นไป จะช่วยฆ่าตัวไรฝุ่นได้

วิธีการข้างต้นเป็นวิธีการที่ไม่ยุ่งยากหรือสลับซับซ้อน และเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้จากไรฝุ่น อย่างไรก็ตาม หากเกิดอาการผิดปกติใดๆ ก็อย่านิ่งนอนใจ ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ เพื่อหาทางรักษาได้อย่างทันท่วงที

รู้จักไรฝุ่น

ตัวไรทั่วโลกมีมากมายหลายกลุ่ม กลุ่มตัวไรที่อยู่ในบ้านเรา พบว่ามีมากว่า 23 ล้านปีแล้ว ซึ่งสมัยก่อนยังไม่มีบ้านคนตัวไรจะอาศัยอยู่ตามรังนกก่อน เพิ่งย้ายมาอยู่กับคนเมื่อ 10,000 ปีนี้เอง นักวิทยาศาสตร์เพิ่งมาทราบว่า ตัวไรฝุ่นที่อยู่ในฝุ่นนี้เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคภูมิแพ้ชนิดต่าง ๆ เมื่อปีพ.ศ. 2507 นี้เอง เช่น โรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือโรคแพ้อากาศ โรคหืด โรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ โรคผื่นแพ้ที่ผิวหนัง ตัวไรฝุ่น (House dust mite) เป็นสัตว์ประเภท “แมง” อยู่ในพวกเดียวกับแมงมุม เห็บ หิด และตัวไรชนิดอื่น ๆ ที่ไม่จัดเป็นแมลงเพราะแมลงต้องมี 6 ขา แต่ตัวไรฝุ่นตอนเล็ก ๆ มี 6 ขา พอโตขึ้นมีเพิ่มอีก 2 ขา รวมเป็น 8 ขา ในฝุ่นมีตัวไรฝุ่นหลายชนิด บางชนิดเท่านั้นที่เป็นปัญหาก่อโรคภูมิแพ้ และแต่ละพื้นที่ แต่ละประเทศอาจพบตัวไรฝุ่นต่างชนิดกัน

วงจรชีวิตของตัวไรฝุ่น

วงจรชีวิตของมันตั้งแต่เกิดจนตาย อายุรวมประมาณสองเดือน โดยเริ่มนับจากตอนที่เป็นไข่ ใช้เวลาฟักตัว 8-12 วัน กลายเป็นตัวอ่อนที่มี 6 ขา ต่อมาลอกคราบอีกหลายครั้ง กลายเป็นตัวอ่อนที่มีขาเพิ่มมาอีก 2 ขา รวมเป็น 8 ขา เรียกว่า นิ้ม ทุกครั้งที่ลอกคราบมันจะเจริญวัยขึ้น พออายุได้ 1 เดือนก็จะโตเป็นผู้ใหญ่มีขนาดประมาณ 0.3 มิลลิเมตร ตัวจะค่อนข้างใส ออกขาว ๆ ลำตัวกลมรี ผิวย่น ๆ เหมือนลายนิ้วมือคน มีขนตามขาและลำตัวทำหน้าที่รับรู้ มีตาแต่ดูอะไรไม่ได้ ไม่มีจมูก ไม่มีระบบทางเดินหายใจ แต่จะหายใจทางผิวแทน เมื่อมีการผสมพันธุ์ ตัวเมียจะออกไข่หลังผสมพันธุ์ 3-4 วัน โดยออกไข่ครั้งละ 1 ฟอง วันละ 3 ครั้ง ระหว่างออกไข่จะมีสารเมือก ซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้ออกมาด้วย แล้วจะผสมพันธุ์กันใหม่ ออกไข่ไปได้เรื่อย ๆ ทุกวัน สรุปแล้วตัวเมียหนึ่งตัวกว่าจะแก่ตายที่อายุประมาณ 2 เดือน สามารถวางไข่ได้ประมาณ 80 ฟอง ตัวไรฝุ่นแต่ละตัวจะถ่ายมูลวันละประมาณ 20 ก้อน แต่ละก้อนมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.01-0.04 มิลลิเมตร คิดง่าย ๆ ว่า ถ้าเอามูลของมันมาวางเรียงต่อกัน 100 ก้อน จะได้ความยาวแค่ 1 มิลลิเมตรเท่านั้นเอง เพราะมูลของมันเล็กอย่างนี้นี่เอง จึงปลิวตามลมตามฝุ่นได้สบาย ๆ "ถ้าเราเอาฝุ่นบ้าน 1 กรัมมาตรวจจะพบว่ามีตัวไรฝุ่นปะปนอยู่ประมาณ 100-500 ตัว และมีมูลของมันอยู่ถึง 250,000 ก้อน"

ตัวไรฝุ่นกินอะไรเป็นอาหาร

อาหารของมันคือเศษผิวหนัง และรังแคจากมนุษย์และสัตว์เชื้อรา เศษแมลง ละอองเกสรต่าง ๆ และสารอินทรีย์ที่อยู่ในฝุ่น เศษซากของพวกเดียวกันเอง รวมทั้งมูลของตัวมันเอง เนื่องจากในมูลของตัวไรฝุ่นยังมีเศษอาหารที่ย่อยไม่หมดเหลืออยู่ มันจึงสามารถกินกลับเข้าไปใช้ประโยชน์ได้อีกถึง3 รอบ อาหารที่มันชอบที่สุดคือ เศษผิวหนังของมนุษย์และสัตว์ ซึ่งในแต่ละวันผิวหนังของมนุษย์เราจะลอกหลุดวันละประมาณ 1.5 กรัม เพียงพอสำหรับเลี้ยงมันได้สบาย ๆ

ตัวไรฝุ่นชอบอยู่ที่ไหน

ตัวไรฝุ่นไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายให้คงที่แบบมนุษย์ได้ ถ้าอุณหภูมิต่ำหรือสูงไป มันจะเจริญเติบโตช้า วางไข่น้อย และตายเร็วขึ้น มันจึงชอบอาศัยอยู่ที่อุณหภูมิประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส และความชื้นร้อยละ 75-80

ข้อมูลจากและภาพประกอบจาก
รองศาสตราจารย์นายแพทย์สุวัฒน์ เบญจพลพิทักษ์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=joyjihun&group=1  
http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_nih/applications/files/insect2.pdf 
http://www.ku.ac.th/e-magazine/january45/know/kill.html 
http://www.thairath.co.th/offline.php?section=hotnews&content=82082 http://www.entomology.cornell.edu/.../BedBugs.html 
http://www.entm.purdue.edu/  
http://www.ca.uky.edu/entomology/entfacts/ef636.asp http://bedbugger.com/bed-bug-bites-photos/
http://เรือด.blogspot.com/2013/01/blog-post.html

ภาพการใช้งานเครื่องพ่น

รายชื่อบริษัทขนส่ง

ศูนย์ซ่อมเครื่องพ่น

ไปรษณีย์ไทย

เคอรี่ เอ็กเพรส

ดีเอชแอล เอ็กเพรส

 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

กระทรวงสาธารณสุข

กระทรวงวิทยาศาสตร์

กรรมการอาหารและยา

กรมปศุสัตว์

สมาคมกำจัดแมลงล้านนา

สมาคมฅนกำจัดแมลง

สมาคมกิจการกำจัดแมลง

BPCA

NPMA

CCC

GS

TUVR

INTERTEK

SGS

CE

IPARC

ETL

TUV

ICR

FC

สมาคมโรงแรมไทย

วารสารส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

PCT

IAF

UKAS

CNAS

ANAB

ZRX

ISO

AEC

UL

ROHS

STANDARDS

PSE

CQC

CERTIFICATE

   

WIT

CB

IC

ISO 9001

MOST

JAS-ANZ

JET

สภาหอการค้าไทย

EDELSTAHL

ISO 14001

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

LIONS

KITA

KOTRA

ICT

ETDA

TUVR

เว็บไซต์พันธมิตร